Nov
20

2oth Century boys : แก๊งนี้มีป่วน

แต่ในฉบับภาพยนต์ ดัีนใช้ชื่อว่า มหาวิบัติ…ดวงตาถล่มล้างโลก
OMG
แม่เจ้า! ชื่อไทยมันอลังการเหลือเกิน ทั้ง “มหาวิบัติ” “ถล่ม” “ล้าง”
อะไรจะขนาดนั้น สงสารก็แต่ดาราล่ะครับ ต่อไปถ้ามีผลงานเข้าฉายในประเทศไทย
ชื่อหนังคงต้องมีคำพวกนี้ปรากฎอยู่แน่ๆ

เข้าเรื่องครับ

รายละเอียดสำหรับภาพยนต์เรื่อง 20th Century boys
กำหนดฉายในไทย
: 20 พฤศจิกายน 2551
แนว : วิทยาศาสตร์
กำกับ : ยูกิฮิโกะ ซึซึมิ
บท : ยาสึชิ ฟุคุดะ, ทากาชิ นากาซากิ, นาโอกิ อุราซาวา, ยูสึเกะ วาตานาเบ
เพลงประกอบ : เรียวเมอิ ชิราอิ
เพลงธีม : 20th Century Boy ของวง T.Rex (Imperial records)
มังงะต้นฉบับ : 20th Century Boys และ 21st Century Boys โดย นาโอกิ อุราซาวา, สำนักพิมพ์โชกาคุคัง


ใบปิดเรื่อง 20th Century boys

ผลางานการ์ตูนของอาจารย์นาโอกิ อุราซาวะ ผู้สร้างสรรค์ Yawara! และ Monster เริ่มเขียนและตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 1999 ถึงปี 2007
รวมแล้วกว่า 8 ปี รวม 24 เล่ม (ของไทยจัดจำหน่ายโดย ned comic ครับ)

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อความฝันในวัยเด็ก จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อความฝัน จินตนาการนั้น ดันกลายมาเป็นความจริง
ในวัยเด็กของ “เอ็นโด เคนจิ” จินตนาการถึง “เหล่าร้าย” และจินตนาการว่าตนคือฮีโร่ที่มาปราบ “เหล่าร้าย” นั้น
เมื่อโตขึ้น จินตนาการเหล่านั้นดันเป็นจริง! จากน้ำมือของคนที่เรียกตัวเองว่า “เพื่อน”
ใครคือ “เพื่อน” และมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร ไปหาคำตอบในหนังครับ

ภาพยนต์เรื่องนี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ภาค ภาคแรกเข้าฉายที่ญี่ปุ่นไปแล้วในเดือนสิงหาคม แต่บ้านเรามีกำหนดฉาย วันนี้(20 พ.ย. 2008) เป็นวันแรก ส่วนภาค 2 ที่ญี่ปุ่นทีกำหนดฉาย เดินมกราคมปีหน้าครับ

ภาพตัวอย่างครับ


เพื่อน


นี่ก็เพื่อน


นี่ก็เพื่อนอีก


เรื่องนี้ยกกองมาถ่ายทำที่เมืองไทยด้วยครับ ดูจากตู้โทรมๆเนี่ยแหล่ะ ตู้ดีีๆมีไม่ถ่าย

ที่แน่ผมอยากเห็นการ์ตูนของอาจารย์นาโอกิกลายมาเป็นหนังมานานแล้ว อย่างเรื่อง Monster ที่ตอนนี้มีแต่ anime
ส่วนเรื่อง Happy ผลงานเรื่องแรกๆของอาจารย์ ทำเป็นซีีรีย์ แต่หาดูไม่ได้ซักกะที

ในส่วนของหนังสือการ์ตูน ผลงานที่อยากแนะนำอีกเรื่องของอาจารย์นาโอกิ ก็คือเรื่อง “Pluto ตามล่านักฆ่าแอนดรอย”
สนุกมันส์ ไม่แพ้กันเลยครับ


เอาคลิปตัวอย่างมาแปะเพิ่ม

Nov
19

สวัสดี โลก!

Hello World! ประโยคนี้ classic ครับ
เจอครั้งแรก ก็ตอนเรียนโปรแกรมมิ่งเนี่ยแหล่ะ
นึกอะไำรไม่ออก ก็ Hello World ไว้ก่้อน
จะ printf หรือ echo หรืือ track ก็แล้วแต่
ไอ้ประโยคแรกที่คิดได้ ก็มักจะเป็น Hello World!

พูดถึงโลกก็ขอมีสาระสักหน่อยครับ

หน้าตาของโลกที่เราอยู่ครับ

ในยุคก่อน มนุษย์เชื่อว่า”โลกแบน” (The world is flat) จนถึงกับไม่กล้าที่จะล่องเรือออกจากฝั่งไปไกลๆ เพราะกลัวที่จะตกขอบโลก!
แล้วใครก็ตามที่ออกมาประกาศว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงละก็ จะถูกลงโทษ ถูกประนามหยามเหยียดจากสังคมและศาสนจักร

ภาพจากเรื่อง pirate of the caribbean ครับ ในเรื่องยังเป็นยุคที่เชื่อว่าโลกแบน

แต่แล้วกาลิเลโอ ก็ได้ออกมากล่าวว่าแท้จริงแล้ว “โลกไม่ได้แบน” ความคิดนี้ถือเป็นความคิดที่สันคลอน
ต่อความเชื่อของคนในยุคนั้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากความมีชื่อเสียงของกาลิเลโอเป็นที่รู้จักกันดีในสมัยนั้น
เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับหลายๆฝ่าย ที่สุดกาลิเลโอก็ถูกคุมขัง แต่ถึงอย่างไรกาลิเลโอก็ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
ความคิดนี้

กาลิเลโอ

ต่อมาชาวโลกก็รู้ถึงความจริงที่ว่าโลกไม่ได้ “แบน” แต่โลก “กลม” เพราัะการเดิืนเรือของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส
เดินเรือเพื่อหาเส้นทางไปอินเดีย บังเอิญไปพบทวีปอเมริกาเข้า จึงรู้ว่า “โลกกลม” (The world is round)
แทนความเชื่อเดิมในปีนั้นเอง


โฉมหน้าของคนที่ทำให้เรารู้ว่าโลกกลม

แต่ในปัจจุบันนี้เขาเชื่อกันว่า “โลกแบน” เพราะ “พลังของเทคโนโลยีทำให้โลกแบน”
จริงๆแล้วความเชื่อเรื่อง “โลกแบน” ในสมัยนี้นั้นเป็นคำเปรียบเปรยที่หมายความว่า วันนี้โลกสามารถเชื่อต่อถึงกันได้ทุกทิศทุกทาง
สามารถย่อให้มาอยู่ในหน้าจอ ผ่านทางสิ่งที่เรียกว่า Internet นั่นเอง

รายละเอียดของแนวคิดนี้คงต้องไปหาอ่านเอาจากในหนังสือชื่อ The World Is Flat: โดย Thomas L. Friedman
มีขายที่ร้านซีเอ็ดบุ๊คครับ

สุดท้ายก็ขอทิ้งท้ายด้วยประโยค classic ที่ว่านี้อีกทีครับ

“Hello World!”

ปล. ไปออกเรื่องโลกกลม โลกแบนได้ไงก็ไม่รู้